บทที่ 7 คนแผนสูง

บทที่7

คนแผนสูง

กระทิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก คิ้วหนากระตุกขวับ... ‘พรากผู้เยาว์ เชี่ย! เพิ่งเดินมาเนี่ยนะ!’

ปมแบล็กเมล์ระดับชาติกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยมียัยลูกแกะตากลมแป๊วเป็นชนวนเหตุสำคัญ!

“ล่อลวงเด็กงั้นเหรอ? แจ้งความเลยครับ โทรเลย”

น้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลังของกระทิงทำให้ดวงใจที่กำลังแผดเสียงโวยวายถึงกับชะงัก ชายหนุ่มกวาดสายตามองท่าทางลนลานของสองแม่ลูกสลับกับนาฬิกาหรูบนข้อมือของตัวเอง

เขารู้เท่าทันสถานการณ์ทันทีว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายของการแบล็กเมล์รีดไถเงิน แต่แทนที่เขาจะตื่นตระหนก ใบหน้าดุดันกลับยังคงนิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ถูก...

“ไม่ใช่นะคะคุณแม่! พี่เขาไม่ได้ทำอะไรหนูเลยค่ะ เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ฮือ... อย่าโทรหาตำรวจเลยนะคะฟ้าขอร้อง” เสียงเล็ก ๆ ที่สั่นเครือดังขึ้นจากข้างหลัง ฟ้าใสในสภาพน้ำตาอาบแก้มพยายามละล่ำละลักบอกพลางยื่นมือไปจะคว้าโทรศัพท์ของแม่เลี้ยงที่ทำท่าเหมือนกำลังกดเบอร์ขู่

เธอไม่เข้าใจเรื่องแบล็กเมล์อะไรทั้งนั้น ในใจรู้เพียงแค่ว่าพี่ชายหน้าดุคนนี้เป็นผู้บริสุทธิ์ที่เข้ามาช่วย และเธอไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนเพราะความผิดของเธอ

“อีฟ้าใส มึงมันโง่! ถ้าไม่ใช่ผัวมึง มึงจะไปปกป้องมันทำไม!” ดวงใจตวาดแหว

กระทิงยกมือขึ้นเกาหัวอย่างหงุดหงิด เอาเข้าไป ด่ากันเข้าไป โยนความผิดให้กูกับเด็กนี่ให้ได้เลยใช่ไหม...

“นี่ป้า อยากให้ลูกสาวได้ผัวเร็วขนาดนั้นเลยเหรอป้า”

“เออ! เป็นลูกผู้ชายแล้วต้องกล้ารับผิดชอบสิ!” กระทิงถึงกับกรอกตามองบน ในขณะที่ยัยเด็กด้านหลังร้องไห้จนตัวโยนแทบขาดใจ

“อึก เขาไม่ได้เป็นผัวหนูนะแม่...” คำแก้ต่างเต็มไปด้วยความเกรงใจของยัยเด็กตากลมแป๊ว ทำเอาหัวใจของวิศวกรสายโหดถึงกับไหววูบ

“มึงเงียบไปเลยนะฟ้าใส! ถ้าพ่อมึงรู้คงอกแตกตาย”

“แม่ดวง... จะบอกพ่อหรือคะ”

“เออ กูจะบอก! ว่าลูกรักของมันทำตัวร่านยังไง!”

“โอ้ย เชี่ยอะไรวะ... เป็นแม่ลูกกันจริงหรือเปล่าเนี่ย” กระทิงสบถลั่น

แต่ประโยคที่พูดโต้กันก็แจ่มชัดอยู่แล้วว่าไม่ใช่แม่แท้ ๆ

“จริงหรือไม่จริงฉันก็เลี้ยงมันมาอย่างดี!”

“สภาพแบบนี้เนี่ยนะดีแล้ว?” กระทิงแค่นยิ้มสมเพช

ดวงใจเห็นว่ามือถือของตัวเองช้าไม่ทันใจ จึงหันไปสั่งลูกสาวตัวเอง “พลอย! โทรหาตำรวจซิ สัญญาณมือถือแม่มันหาย”

“ได้ค่ะแม่! เดี๋ยวพลอยจัดการให้!” คราวนี้พลอยรีบกดโทรศัพท์ตามคำสั่งของผู้เป็นแม่ทันที

“แม่ดวง... พี่พลอย อย่าโทรนะคะ...” ฟ้าใสเอ่ยห้ามเสียงสั่นเครือ น้ำเสียงของน้องแหบแห้งบอบช้ำประหนึ่งคนกำลังใจสลายร้องขอความเห็นใจ

กระทิงเริ่มคิดหนัก เมื่อเห็นอีกฝ่ายจริง สำหรับเขาเรื่องหน้าตาไม่เท่าไหร่ หากแต่เรื่องนี้บานปลาย คงโดนกาหัวจากตระกูล ‘เจริญวิพาวัฒน์’ แน่ ๆ ไหนจะเพิ่งรับงานใหม่มาอีก

เถอะ! แล้วนี่... หากปล่อยยัยเด็กซื่อบื้อคนนี้ไว้กับแม่เลี้ยงและพี่สาวหน้าเลือด มีหวังเธอคงถูกลากไปเร่ขายประจานที่อื่นจนหมดอนาคตแน่ ๆ

“เสียงดังรบกวนลูกค้าคนอื่น ออกไปคุยกันที่ห้องรับรองด้านหลัง” กระทิงตัดบทเสียงหนักแน่น เขาหันไปพยักหน้าให้การ์ดของร้านช่วยคุมตัวสองแม่ลูกพ่วงด้วยฟ้าใส เดินหลบสายตาผู้คนเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัวระดับวีไอพี

ภายในห้องรับรอง ดวงใจไม่รอช้า เปิดฉากเรียกร้องค่าเสียหายทันที

“หนึ่งล้านบาท! จ่ายมาแล้วฉันจะไม่แจ้งความเรื่องพรากผู้เยาว์ แต่ถ้าไม่จ่าย... ฉันเอาเรื่องถึงที่สุดแน่!”

ดวงใจกอดอก เชิดหน้าพูดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า แววตาเต็มไปด้วยความละโมบ

กระทิงกลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างไม่สะทกสะท้าน

“หนึ่งล้านเลยเหรอครับป้า?”

“ใช่! ถ้าไม่อยากมีคดีติดตัวก็จ่ายมา”

“แต่ผมเพิ่งเดินเข้ามาช่วยเด็กเองนะครับ ป้าจะเรียกตั้งล้าน ผมว่ามันแพงไปหน่อย”

“แพงตรงไหน! เด็กนี่อยู่ในความดูแลของฉัน ฉันจะเรียกเท่าไรก็ได้”

กระทิงเลิกคิ้ว ก่อนเหลือบมองฟ้าใสที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้าง ๆ แล้วหันกลับไปมองดวงใจ

“งั้นผมขอต่อรองได้ไหมครับ”

“จะต่ออะไรอีก?”

“ผมจ่ายให้ห้าแสน”

ดวงใจถึงกับตาโต

“ห้าแสน? ฝันไปเถอะ!”

“ถ้าอย่างนั้นก็หนึ่งล้านตามที่ป้าต้องการครับ...” กระทิงตอบง่าย ๆ จนดวงใจชะงัก “แต่มีเงื่อนไข”

“เงื่อนไขอะไร?”

“เงินหนึ่งล้านแลกกับการที่ป้ากับลูกสาวเลิกยุ่งกับเด็กคนนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ดวงใจนิ่งไปครู่หนึ่ง ขณะที่พลอยใสหันมองแม่อย่างไม่แน่ใจ

กระทิงยกยิ้มมุมปาก

“ถ้าป้าต้องการเงิน ผมก็จ่ายได้ แต่ถ้าจะเอาทั้งเงินทั้งตัวเด็กไปด้วย... ผมคงไม่จ่ายให้ครับ”

ดวงใจมองหน้าฟ้าใส ก่อนความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมา ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นภาระอยู่แล้ว หากมีคนรับไปดูแล เธอก็ไม่ต้องเสียเงินเลี้ยง แถมยังได้เงินก้อนโตอีกต่างหาก

“ถ้าฉันยกฟ้าใสให้คุณไปดูแลด้วยล่ะ?”

กระทิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

“หมายความว่ายังไงครับ?”

“ก็หมายความตามนั้นแหละ ถ้าคุณอยากให้ฉันกับลูกสาวเลิกยุ่งกับมัน ฉันก็จะยกมันให้คุณไปเลย ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

ดวงใจพูดด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังส่งต่อสิ่งของชิ้นหนึ่ง

“หนึ่งล้าน แลกกับการที่คุณรับผิดชอบมันไปจากนี้ สัญญาอะไรที่ต้องเซ็น ฉันเซ็นให้หมด”

ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความตกใจ

“แม่ดวง...”

“เงียบ! แกไม่มีสิทธิ์เลือก”

กระทิงมองฟ้าใสอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปมองดวงใจด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ถ้าผมรับเด็กไปจริง ๆ ป้าจะไม่มายุ่งกับเธออีกใช่ไหมครับ?”

“ไม่ยุ่งแน่นอน”

“แล้วพ่อของเธอล่ะ?”

“ฉันจัดการเอง ขอแค่เงินถึงมือฉันก็พอ”

กระทิงนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนยกยิ้มบาง ๆ

“งั้นผมมีข้อเสนอใหม่ครับ”

ดวงใจชะงัก

“จากหนึ่งล้าน... ผมให้ห้าแสน และผมจะรับผิดชอบฟ้าใสเองทั้งหมด”

“ห้าแสน!”

ดวงใจแทบจะกรีดร้อง

“ถ้าป้าไม่ตกลง ก็กลับไปแจ้งตำรวจได้เลยครับ ผมพร้อมให้การทุกอย่าง”

กระทิงพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ก่อนเอนหลังพิงโซฟา

“แต่ถ้ารับข้อเสนอนี้ เงินห้าแสนเข้าบัญชีป้าทันที แล้วเรื่องของฟ้าใสกับบ้านหลังนั้นก็จบลงตรงนี้”

ดวงใจเม้มปากแน่น คิดคำนวณอยู่ในใจ ก่อนสายตาจะเหลือบไปมองฟ้าใสอีกครั้ง

เด็กคนนี้อยู่ต่อก็มีแต่สร้างภาระ ห้าแสนก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

“ตกลง!”

ฟ้าใสนิ่งงัน ใบหน้าหวานซีดเผือด หัวใจเหมือนแตกสลายลงตรงหน้า เมื่อได้ยินเต็มสองหูว่าตัวเองถูกคนที่เคารพรักดั่งแม่แท้ ๆ ขายให้คนอื่นราวกับเป็นสิ่งของไร้ชีวิต...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป